วิธีการเลือกซื้อหลอดไฟ LED ให้ตอบโจทย์กับธุรกิจของคุณ !!

หลอดไฟ led (Light Emitting Diode) เรื่องใหม่สำหรับใครหลายคน ทำให้เมื่อสนใจอยากเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประเภทนี้บ้างก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรดีจึงจะประหยัดคุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าได้อย่างมากและได้หลอดไฟที่สามารถใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด จริงๆแล้วการเลือกหลอดไฟ led นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะฉะนั้นวันนี้จึงอยากจะเชิญชวนมาดูแนวทางการเลือกซื้อหลอดไฟชนิดนี้กันดู

หลอดไฟ led (Light Emitting Diode) ซึ่งนับว่าเป็นหลอดไฟที่ได้รับการกล่าวถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการนำหลอดไฟ led ไปใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม โกดังคลังสินค้า หน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน หรือแม้แต่ตามอาคารบ้านเรือนเอง ก็นิยมใช้หลอดไฟ led กันมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าหลอดไฟ led สามารถช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟได้อย่างมาก อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในเรื่องของความสว่างที่มากกว่าอีกด้วย

การเลือกใช้หลอดไฟ led นอกจากจะช่วยให้ได้แสงสว่างที่มากกว่าหลอดไฟแบบทั่วไปแล้ว ยังช่วยให้คุณประหยัดไฟได้มากถึง 80% เลยทีเดียว ซึ่งหลอดไฟ led นับเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า โดยกินไฟน้อย ให้ความสว่างสูง มีความทนทาน ไม่มีการใช้สารพิษอย่างสารปรอท หรือสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งยังไม่มีรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตา มีการระบายความร้อนได้ดี จึงทำให้เกิดความร้อนของหลอดน้อย และส่งผลให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า การใช้หลอดไฟ led จึงถือว่ามีความคุ้มค่าคุ้มราคามากมาย

5 เทคนิคการเลือกซื้อหลอดไฟ led ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้

ที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อหลอดไฟ led ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ มีดังนี้

1. จำนวนวัตต์ (Watt) หรือกำลังไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งหลอดไฟในแต่ละรุ่นจะมีจำนวนวัตต์ที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งจำนวนวัตต์มาก ความสว่างก็ยิ่งมาก แต่การใช้พลังงานก็มากด้วยเช่นกัน ยิ่งมากจึงยิ่งกินไฟ

2. ระดับความสว่าง ซึ่งดูได้จากค่าลูเมน ยิ่งถ้าลูเมนมาก ก็ยิ่งมีความสว่างมาก แต่ทั้งนี้ควรเลือกลูเมนที่ใกล้เคียงกับหลอดเดิมด้วย

3. ขั้วของหลอดไฟ ก่อนอื่นต้องเช็คก่อนว่า ขั้วหลอดไฟที่จะนำไปใช้นั้นเป็นแบบไหน เช่น

                –  ขั้วหลอดแบบเกลียว ซึ่งหลักๆแล้วมีด้วยกัน 3 แบบ ได้แก่ ขั้ว E14 ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดถ้าเทียบกับหลอดทั้ง 3 แบบ ขั้ว E27 เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด เช่น ใช้กับหลอดประหยัดไฟ หลอดทรงน้ำเต้า เป็นต้น และขั้ว E40 นิยมใช้กับหลอดไฟที่มีกำลังวัตต์สูงกว่า 40 W ขึ้นไป

                – ขั้วหลอดแบบเสียบ ที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ ขั้ว G13 ซึ่งเป็นขั้วหลอดแบบแท่ง (Tube) มีลักษณะเป็นแบบขั้วเขี้ยว นิยมใช้กับหลอด led t8

4. รูปทรงของหลอดไฟ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น หลอดทรงกลม หลอดทรงยาวซึ่งรูปทรงของหลอดไฟมีผลต่อการใช้งาน เพราะมีองศาการกระจายแสงที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกรูปทรงที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วย เช่น หากต้องการแสงสว่างอย่างทั่วถึง ควรเลือกหลอดไฟ led หลอดกลม นอกจากนี้ยังควรเลือกรูปทรงที่มีขนาดพอดี ไม่ควรเกินขนาดของหลอดไฟที่เราจะนำมาใช้ทดแทน เพื่อสามารถใส่ในโคมไฟได้อย่างปลอดภัย

5. ลักษณะสีของแสง โดยทั่วไปมีอยู่ 3 โทนสี ได้แก่

                – Day Light โทนสีขาวฟ้า เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ทำให้มองเห็นสีวัตถุไม่เพี้ยน นิยมใช้กันทั่วไป เช่น โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน เป็นต้น

                – Warm White โทนสีเหลืองอมส้ม ช่วยทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย นิยมนำไปใช้ในสถานที่ให้บริการต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือใช้ในบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น       

                – Cool White โทนสีขาว ช่วยทำให้สีจากวัตถุดูคมชัดและเข้มขึ้น นิยมนำไปใช้กับ งานแสดงโชว์สินค้า ป้ายต่างๆ หรือใช้กับไฟบนเวที เป็นต้น

                ในส่วนของเคล็ดลับสุดท้าย อย่าลืมศึกษาคุณสมบัติของ หลอดไฟ led ให้เรียบร้อย เพื่อความมั่นใจว่าจะได้หลอดไฟที่ตอบโจทย์ความต้องการและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เห็นมั้ยคะว่าการเลือกซื้อหลอดไฟ led นั้นไม่ยากเลย เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเลือกซื้อหลอดไฟ led ที่ INFINITE LED มีหลอดไฟคุณภาพสูงมีหลากหลายแบบให้เลือกเหมาะกับทุกธุรกิจทุกประเภทและตอบโจทย์ผู้ใช้ที่สุด