โคมไฟ

โคมไฟ led คืออะไรมีกี่ประเภทและเหมาะกับการใช้งานอย่างไร

โคมไฟ led เป็นโคมไฟที่พัฒนามาจากโคมไฟรุ่นเก่า ซึ่งได้นำหลอด led มาใส่และออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น โกดังหรือคลังสินค้า ที่ต้องการความสว่างที่ในลักษณะวงกว้างและการติดตั้งสูงตั้งแต่ 5 หรือ 6  เมตรขึ้นไป  ที่นิยมได้แก่ โคมไฟไฮเบย์ (LED  HIGH BAY) หรือ คลังสินค้าขนาดเล็ก ก็จะเหมาะกับการใช้หลอดไฟ LED T8

โคมไฟ LED คืออะไร

เป็นโคมไฟที่มีการพัฒนามาจากโคมไฟสปอร์ตไลท์แบบเก่า ซึ่งกินไฟมาก และมีความร้อนสูง ต้องใช้เวลานานกว่าหลอดจะสว่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีขนาดโคมใหญ่ น้ำหนักมาก และติดตั้งยาก ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก บวกกับเทคโนโลยีของ LED ที่มีการพัฒนามาจนสามารถผลิตโคมไฟ LED ออกมาทดแทนโคมไฟแบบเก่า ช่วยให้ปัจจุบันโคมไฟมีรูปทรงที่สวยงาม ขนาดไม่ใหญ่เกินไป น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ที่สำคัญคือกินไฟน้อย ความร้อนต่ำ ช่วยประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี

หลอดไฟที่ใช้กับโคมไฟ LED มีกี่ประเภท

หลอดไฟ LED แบบกระเปาะ หรือ LED Bulb เป็นหลอดไฟที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนหลอดไส้หรือหลอดตะเกียบ มีอายุการใช้งานยาวนาน กินไฟน้อยลง และให้แสงสว่างได้มากขึ้น
หลอดไฟ LED แบบยาว หรือ LED Tube เป็นหลอดไฟที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนหลอดนีออน มีคุณสมบัติในการประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดนีออนแบบเดิมหลายเท่า

เครดิตจากเพจ https://globalhouse.co.th/category/599

หลอด LED คือ

LED ในภาษาอังกฤษ ย่อมาจาก light-emitting diode (LED)ถ้าให้อธิบายอย่างง่ายคือ การนำชิบ LED (LED chip) แล้วนำเรียงแล้วนำกระแสไฟฟ้าผ่าน ตัวที่เรียกว่า แผงวงจร (driver) เพื่อให้แสงสว่างการให้แสงสว่างของหลอด LED นั้นจะเกิดจากการเรียงชิบ LED เพื่อให้แสงสว่างในพื้นที่ที่ชิบ LED ให้องศาแสงสว่างข้อดีของหลอดไฟ แอลอีดี LED นั้นมีมากมายเหลือเกิน แต่ที่เป็นหลักใหญ่ใจความก็คือ”การประหยัดพลังงานไฟฟ้า” นั่นเอง

โคมไฟ LEDมีส่วนประกอบหลัก ๆ เบื้องต้นมีอะไรบ้าง

โคมไฟ LED ที่เราใช้กันนั้นมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่ด้วยกัน 4 ส่วน นั้นคือ

  1. เม็ดชิป หรือ LED Chip
  2. ไดร์เวอร์ เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทำการจ่ายกระแสไฟให้กับเม็ดชิป
  3. แผ่นระบายความร้อน ช่วยระบายความร้อนภายในหลอดเมื่อเกิดการใช้งาน
  4. ตัวฝาครอบ/โคม (Cover)

โดยส่วนที่เป็นตัวกำหนดสีของแสงต่างๆ ของ LED นั้นคือบริเวณเม็ดชิป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำ LED และการที่โคมไฟ LED นั้นจะมีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดีส่วนประกอบที่เป็นหัวใจสำคัญนั้นคือบริเวณเม็ดชิป ด้วยการที่หลอด LED นั้นไม่มีไส้หลอดจึงทำให้เหมาะแก่การนำไปใช้กับบริเวณที่ต้องการเปิด-ปิดบ่อยๆ หรือบริเวณที่ต้องการเปิดใช้ไฟเป็นระยะเวลานานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่น เนื่องจากหลอดไฟประเภทอื่นมีไส้หลอดจึงทำให้เมื่อมีการเปิด-ปิดแต่ละครั้งทำให้เกิดการเผาไหม้บริเวณไส้หลอดเมื่อเกิดการเผาไหม้บ่อยครั้งหรือเป็นระยะเวลานานจึงส่งผลให้หลอดไส้มีอายุการใช้งานสั้นลง หลอด LED สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้

ขอบคุณข้อมูลเพจ https://mall.factomart.com/principle-of-led/

 

ประเภทของของโคมไฟ LED

 

1.HIGH BAY LED  

โคมไฟไฮเบย์ที่นำไปติดตั้งใช้งานในอาคารที่มีเพดานสูง เหมาะกับการทำไปติดในบริเวณโกดังเก็บของ โรงงาน เพื่อให้แสงสว่างแก่บริเวณนั้น

โคมไฟ , LED HIGH BAY , โคมไฟโรงงาน led , โคมไฟโกดัง

2.Down Light LED

โคมไฟฝังในฝ้าที่จะส่องไฟลงด้านล่างมักติดตั้งในบ้านเรือนมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ สามารถนำมาติดตั้งเพื่อเพิ่มความสวยงามให้แก่บริเวณนั้นๆ

3.Panel LED 

โคมไฟที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจะติดตั้งฝังในบริเวณฝ้าจะให้การกระจายแสงมากกว่าแบบ Down Light

4.Batten LED

โคมไฟที่มีลักษณะเป็นเรียวยาว เหมาะกับการติดตั้งให้แสงสว่างทั่วไป

5.Spotlight LED

เป็นโคมไฟที่ให้แสงเฉพาะจุดตามที่เราต้องการ การกระจายแสงจะเป็นมุมแคบ ส่วนใหญ่จะติดตั้งบริเวณที่ต้องการเน้นเช่น บริเวณตู้โชว์สินค้า

6.Flood Light LED

เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างในที่โล่งกระจายแสงได้กว้างกว่าโคมไฟทั่วไปเหมาะติดตั้งในบริเวณสนามฟุตบอล ตามป้ายโฆษณาเพื่อสร้างความโดดเด่นให้แก่ตัวป้าย

7.Street Light LED

ไฟที่ใช้สำหรับติดตั้งบริเวณถนนเพื่อให้แสงสว่างแก่บริเวณข้างทาง

 

รูปประกอบ อุณภูมิสี

โคมไฟ เหมาะกับ อุณหภูมิสีอะไรบ้าง

แสงไฟของ โคมไฟLED มีอะไรบ้าง

ค่าอุณหภูมิสีของแสง หรือ Color Temperature คือ สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (K) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี ได้แก่

  1. สีวอร์มไวท์” (Warm white)ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน
  2. สีคูลไวท์” (Cool white)ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000 – 4,500 เคลวิน
  3. สีเดย์ไลท์” (Day light)ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้น ค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป
Scroll to Top